ประวัติเครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง

หลักการและเหตุผล

การเลือกตั้งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เนื่องจาก เป็นกระบวนการที่ทำให้ได้มาซึ่งผู้บริหารประเทศ และผู้แทนประชาชนเพื่อทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล รวมถึงการออกกฎหมายและนำเสนอปัญหาของประชาชนให้ฝ่ายบริหารรับทราบเพื่อนำไปแก้ไข อันเป็นการสนองตอบต่อความต้องการของประชาชน

คณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินภารกิจที่สำคัญในการควบคุมและดำเนินการจัด หรือจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น รวมทั้งการออกเสียงประชามติตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ในขณะเดียวกัน ก็จะต้องดำเนินการบริหารการจัดการการเลือกตั้งให้เกิดความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลด้วย เพื่อผลในการพัฒนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ในกระบวนการจัดการการเลือกตั้งจะประกอบด้วยกระบวนการย่อยต่างๆ เช่น กระบวนการแสดงตนของผู้มีสิทธิลงคะแนน กระบวนการลงคะแนน กระบวนการนับคะแนน กระบวนการตรวจสอบผลการเลือกตั้ง เป็นต้น ในกระบวนการต่างๆ เหล่านี้ จะเห็นว่า กระบวนการลงคะแนนมีความสัมพันธ์กับกระบวนการนับคะแนน อีกทั้งยังเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผลการเลือกตั้งจะเป็นเช่นไร ก็ขึ้นอยู่กับความสุจริตและความโปร่งใสในการลงคะแนนและนับคะแนนนั่นเอง ปัญหาที่มีความสำคัญประการหนึ่งในกระบวนการนับคะแนน คือ ปริมาณบัตรเสียที่มีจำนวนมาก และก่อให้เกิดเป็นข้อถกเถียงถึงมาตรฐานในการวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งว่าแบบใดจัดว่าเป็นบัตรเสีย แบบใดไม่จัดว่าเป็นบัตรเสีย เนื่องจากการวินิจฉัยบัตรเสียนั้นขึ้นอยู่กับตัวบุคคล และบางครั้งก็ส่งผลกระทบถึงการประกาศผลการเลือกตั้งในบางเขตอีกด้วย

คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงได้มีนโยบายที่จะปรับปรุงกระบวนการบริหารและจัดการการเลือกตั้ง รวมทั้งการออกเสียงประชามติเพื่อให้เกิดความสะดวกกับประชาชน ตลอดจนลดขั้นตอนในการเตรียมการเลือกตั้งและประหยัดงบประมาณของแผ่นดิน จึงมีแนวคิดที่จะศึกษาความเหมาะสมในการนำระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการเลือกตั้งในประเทศไทย โดยศึกษาจากประเทศอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จในการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปใช้ในกระบวนการเลือกตั้ง รวมทั้งการเดินทางไปดูงานในต่างประเทศทั้งประเทศในแถบยุโรปและเอเชีย อาทิ

- การใช้เครื่องนับคะแนนบัตรเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศอังกฤษ ฮ่องกง และบางประเทศในทวีปแอฟริกาที่อยู่ในเครือจักรภพอังกฤษ
- การใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ของสาธารณรัฐอินเดียและประเทศบราซิล
- ระบบการเลือกตั้งแบบ Online ของประเทศในแถบสแกนดิเนเวียและสหรัฐอเมริกา
- การใช้ระบบคอมพิวเตอร์จอสัมผัส (Touch Screen) ของประเทศญี่ปุ่นออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และบางประเทศในทวีปยุโรป

 

ความเป็นมาของเครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง

จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เล็งเห็นถึงความจำเป็น ในการที่จะนำเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการเลือกตั้งของประเทศไทย จึงเห็นควรที่จะศึกษาการนำระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการเลือกตั้งของประเทศไทย เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาความยุ่งยาก และปรับปรุงกระบวนการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงได้เชิญหน่วยงานที่มีความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้อง อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รวมทั้ง บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการเพื่อศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ในการนำเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการเลือกตั้งทุกระดับในประเทศ และในเวลาต่อมาได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อร่างข้อกำหนดรายละเอียดและคุณสมบัติเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีปรัชญาและแนวคิดที่จะให้เครื่องลงคะแนนเป็นอุปกรณ์ที่ผลิตและสร้างสรรค์โดยคนไทย เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการควบคุมไม่ให้เงินตราไหลออกนอกประเทศ

ในการนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับความร่วมมือจากบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม รับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยงานควบคุมการบินแห่งชาติ และมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งที่ผ่านมาบุคลากรของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด สามารถผลิตอุปกรณ์เพื่อใช้งานในการปฏิบัติงานควบคุมจราจรทางอากาศ ที่ต้องอาศัยความแม่นยำ ถูกต้อง และรวดเร็ว ทำให้มีศักยภาพรองรับการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เป็นอย่างดี

 

พัฒนาการเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบ

บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง วิจัย พัฒนา และผลิตเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับการเลือกตั้งทุกระดับทั่วประเทศ โดยได้จัดทำบันทึกข้อตกลงระหว่างกันขึ้น เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2545 ซึ่งถือเป็นบันทึกข้อตกลงฉบับหลักของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานทั้งสองฝ่าย โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ การร่วมวิจัยพัฒนา และผลิตเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งให้เหมาะสมกับการเลือกตั้งในประเทศไทย พร้อมทั้งร่วมดำเนินการด้านประชาสัมพันธ์ รณรงค์และเผยแพร่สู่ประชาชน ซึ่งมีหลักการทำงานของเครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง คือ

เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
1) เครื่องลงคะแนน ซึ่งจะใช้สำหรับการลงคะแนนแทนการกาบัตรเลือกตั้ง โดยจะมีปุ่มแสดงหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้ง ปุ่มแสดงความประสงค์ไม่ลงคะแนน และปุ่มยืนยันการลงคะแนน
2) เครื่องรวมคะแนน จะทำหน้าที่บันทึกและเก็บรวบรวมผลการลงคะแนนจากเครื่องลงคะแนนซึ่งส่งมาตามสาย

โดยในการทำงานของเครื่องจะใช้แบตเตอรี่ เช่นเดียวกับโทรศัพท์เคลื่อนที่

สำหรับวิธีการใช้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพียงแต่กดปุ่มหมายเลขที่ต้องการจะเลือก หรือถ้าไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้ใคร ก็ให้กดปุ่มไม่ประสงค์จะลงคะแนน เมื่อแน่ใจแล้วก็ให้กดปุ่มที่มีเครื่องหมายกากบาท เพื่อยืนยนการลงคะแนน

ก่อนกดปุ่มเครื่องหมายกากบาทเพื่อยืนยัน ถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องการเปลี่ยนหมายเลข สามารถแก้ไขได้โดยกดซ้ำที่ปุ่มหมายเลขเดิม แล้วกดหมายเลขใหม่ที่ต้องการเลือกเมื่อแน่ใจแล้วให้กดปุ่มกากบาทเพื่อยืนยัน

นอกจากนั้นเครื่องลงคะแนนยังมีอักษรเบรลล์ สำหรับผู้พิการทางตา

 

เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งที่ได้มีการผลิตแล้ว

เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 1 (TVM-A1)

คณะทำงาน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ออกแบบเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 1 โดยมีคุณลักษณะเด่น คือ
» สามารถรองรับการลงคะแนนแบบหนึ่งคนหนึ่งเบอร์ (One Man One Vote)
» ให้เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งมีความคล้ายคลึงกับบัตรเลือกตั้งและหีบบัตรเพื่อให้ประชาชนเกิดความคุ้นเคยและยอมรับได้ง่าย โดยแบ่งเป็น
  › เครื่องรวมคะแนน แทน หีบบัตรเลือกตั้ง จำนวน 1 เครื่อง
  › เครื่องลงคะแนน แทน บัตรเลือกตั้ง จำนวน 4 เครื่อง (สำหรับ 4 คูหา)
» หากต้องการงดออกเสียง สามารถกดปุ่ม "ไม่ประสงค์ลงคะแนน"
» มีอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา
» มีปุ่มอนุญาตการลงคะแนน โดยผู้มาใช้สิทธิจะสามารถลงคะแนนได้ต่อเมื่อได้รับการตรวจสอบสิทธิ และได้รับการอนุญาตจากกรรมการโดยการกดปุ่มอนุญาตลงคะแนน
» แบตเตอร์รี่สามารถรองรับการทำงานได้ 12 ชม
» เมื่อการลงคะแนนเสร็จสิ้นสามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ทันที

 

เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 2 (TVM-A2)

จากผลการทดสอบการใช้งานเครื่องต้นแบบ รุ่นที่ 1 ในห้องทดลอง และผลจากการสาธิตและประชาสัมพันธ์ คณะทำงาน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้รับข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน ในเรื่องความไม่เหมาะสมในการกดปุ่มอนุญาตการลงคะแนนซึ่งทำให้เกิดความสับสนกับกรรมการผู้ควบคุมสำหรับการเลือกตั้งที่ยาวนาน คณะทำงาน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด จึงได้ออกแบบปรับปรุงจากรุ่นแรก โดยมีคุณลักษณะเด่นเพิ่มเติมคือ
» เปลี่ยนระบบการกดปุ่มอนุญาตการลงคะแนนเป็นระบบการหน่วงเวลาอัตโนมัติเพื่ออนุญาตการลงคะแนน (Time Delay)
» มีระบบเสียงพูดแนะนำการลงคะแนนสำหรับผู้มาใช้สิทธิในทุกขั้นตอน
» มีเครื่องพิมพ์บันทึกคะแนนเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันในกรณีที่มีข้อสงสัย

บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ส่งมอบเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 2 นี้ ให้กับ กกต. เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2546 และได้ร่วมกับ กกต. ในการประชาสัมพันธ์เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งผ่านสื่อต่างๆ อาทิ รายการเลือกตั้งพลังประชาชนทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง11, รายการครอบจักรวาล ทาง ททบ. 5, การสัมภาษณ์สดผ่านรายการสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ และรัฐสภาเป็นต้น

 

เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 3 (TVM-A3)

ภายหลังจากที่ได้รวบรวมข้อมูลในการนำเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรุ่นที่ 2 ออกจัดสาธิตและประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนทั่วไป คณะทำงาน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด จึงได้พัฒนาเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 3 เพื่อให้สามารถรองรับการเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและในระดับท้องถิ่น กล่าวคือ สามารถรองรับการเลือกตั้ง ทั้งประเภท หนึ่งคนหนึ่งเบอร์ (One Man One Vote) และ แบบหนึ่งคนหลายเบอร์ ( Multiple Votes) ได้ในคราวเดียวกัน ซึ่ง กกต. ได้เห็นชอบให้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ผลิตเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 3 ขึ้น จำนวน 100 ชุด เพื่อนำออกสาธิตและเผยแพร่ให้กับประชาชนทั่วประเทศโดยมีคุณลักษณะพิเศษเพิ่มขึ้นดังนี้
» รองรับการลงคะแนนได้ถึง 2 ประเภทพร้อม ๆ กันสำหรับการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง เช่น การเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต และ การเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ
» กำหนดรูปแบบการลงคะแนนได้ทั้ง แบบหนึ่งคนหนึ่งเบอร์ (One Man One Vote) และแบบหนึ่งคนหลายเบอร์ (Multiple Votes)
» มีนาฬิกาบอกเวลาการลงคะแนน
» สามารถรายงานผลการลงคะแนนได้ทันทีทั้ง 2 ประเภท เมื่อปิดการเลือกตั้ง
» สามารถทดสอบการลงคะแนนก่อนการเปิดคูหา
» มีเครื่องพิมพ์เก็บคะแนนเพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน ในกรณีที่มีข้อข้องใจ

 

เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งต้นแบบรุ่นที่ 4 (TVM-A4)

จากผลการสาธิตและประชาสัมพันธ์เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรุ่นที่ 3 ทำให้ได้รับข้อเสนอแนะในการพัฒนาเครื่องลงคะแนนรุ่นที่ 4 โดยมีคุณลักษณะพิเศษเพิ่มเติมดังนี้

1. เจ้าหน้าที่จะต้องกดปุ่มอนุญาตก่อน เครื่องลงคะแนนจึงจะสามารถทำงานได้
2. สามารถรองรับผู้สมัครได้ 30 หมายเลข จากเดิมมีเพียง 20 หมายเลข ทำให้สามารถใช้กับการเลือกตั้งได้หลากหลายยิ่งขึ้น
3. ปุ่มกดหมายเลขมีขนาดใหญ่ขึ้นและแสงไฟในหมายเลขที่เลือกมีความสว่างและชัดเจนขึ้น ทำให้ผู้มาใช้สิทธิสามารถกดปุ่มหมายเลขได้สะดวกและเห็นหมายเลขที่เลือกแล้วได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
4. สามารถเลือกได้เฉพาะหมายเลขที่มีผู้สมัครเท่านั้น
5. เครื่องลงคะแนนจะมีใบบันทึหมายเลข (Slip) ออกจากตัวเครื่องลงคะแนน เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้กดเลือกหมายเลขที่ต้องการและกดปุ่มยืนยันแล้ว โดยใบบันทึกหมายเลขจะทำให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเกิดความมั่นใจว่าตนกดหมายเลขใด เครื่องได้บันทึกหมายเลขนั้นจริง
6. มีปุ่มยกเลิก ใช้สำหรับยกเลิกหมายเลขที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เลือกไปแล้วและต้องการเปลี่ยนแปลงหมายเลขที่เลือก โดยทำการกดปุ่มยกเลิก ซึ่งจะยกเลิกหมายเลขที่เลือกทั้งหมด แล้วเลือกหมายเลขที่ต้องการใหม่ ทั้งนี้ การยกเลิกต้องทำก่อนยืนยันการลงคะแนน หากยืนยันการลงคะแนนไปแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรใด ๆ ได้อีก
7. ไฟแสดงสถานะคูหามีขนาดใหญ่ขึ้นและสว่างมากขึ้น สามารถมองเห็นได้ทั้งภายในและภายนอกคูหา ทำให้กรรมการประจำหน่วยและผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมองเห็นสัญญาณไฟได้พร้อม ๆ กัน ซึ่งจากเดิมสัญญาณไฟจะมีขนาดเล็กและมองเห็นได้เฉพาะกรรมการประจำหน่วย ทำให้ผู้ใช้สิทธิเกิดความไม่มั่นใจว่าการลงคะแนนของตนเสร็จสมบูรณ์หรือไม่ เนื่องจากไฟแสดงสถานะคูหาจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่สามารถบอกได้ว่าการลงคะแนนนั้นสมบูรณ์หรือไม่ หากสมบูรณ์ไฟแสดงสถานะคูหาจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงสลับสีเขียว
8. กล่องเก็บอุปกรณ์ของเครื่องลงคะแนน มีน้ำนักเบาขึ้น และมีคูหาในตัวสามารถวางแล้วกางเป็นคูหาได้เลย เมื่อสิ้นสุดการลงคะแนนสามารถพับคูหาเก็บไว้ในกล่อง กล่องนี้จะมีหูหิ้วในตัวทำให้ง่ายและสะดวกต่อการเคลื่อนย้าย
9. มีกล่องสำหรับเก็บเครื่องรวมคะแนน และเครื่องลงคะแนนมีปุ่มสำหรับอนุญาตให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าคูหาได้เมื่อคูหาใดพร้อม ซึ่งจากเดิมจะใช้การหน่วงเวลาประมาณ 8-12 วินาที ทำให้ในกรณีที่มีผู้มาใช้สิทธิจำนวนมากต้องรอแถวนาน